พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง)
พาหุง 8 บท / ชัยมงคลอัฏฐกคาถา / พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
คาถา 8 บท พรรณนาชัยชนะอันยิ่งใหญ่ 8 ครั้งของพระพุทธเจ้าที่มีต่อพญามาร ยักษ์ ช้าง โจร นางจิญจมาณวิกา สัจจกนิครนถ์ พญานาค และพกาพรหม พร้อมบทสรุปอานิสงส์
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ขี่ช้างครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องน่าสะพรึงกลัว
พระจอมมุนีทรงชนะได้ด้วยวิธีแห่งธรรมมีทานบารมีเป็นต้น
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
เข้ารบราวีตลอดทั้งคืน
พระจอมมุนีทรงชนะได้ด้วยวิธีคือขันติที่ทรงฝึกไว้ดีแล้ว
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ดุร้ายยิ่งดังไฟป่า ดังจักราวุธ และดังสายฟ้า
พระจอมมุนีทรงชนะได้ด้วยวิธีรดด้วยน้ำคือพระเมตตา
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
วิ่งไล่ตามพระองค์ไปสิ้นระยะทาง 3 โยชน์
พระจอมมุนีทรงชนะได้ด้วยพระทัยที่ทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
กล่าวคำใส่ร้ายพระองค์ท่ามกลางหมู่ชน
พระจอมมุนีทรงชนะได้ด้วยวิธีอันสงบและงดงาม
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
มีใจมุ่งแต่จะยกวาทะข่มผู้อื่น มืดบอดยิ่งนัก
พระจอมมุนีทรงชนะได้ด้วยประทีปคือพระปัญญาที่โชติช่วง
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
พระจอมมุนีทรงโปรดให้พระโมคคัลลานเถระผู้เป็นพุทธชิโนรส แปลงเป็นนาคราชไปปราบ
ทรงชนะได้ด้วยวิธีแสดงอุปเทศแห่งฤทธิ์
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ถูกงูคือความเห็นผิดกัดข้อมือไว้แน่น
พระจอมมุนีทรงชนะได้ด้วยวิธีคือโอสถแห่งพระญาณ
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ
ผู้ใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดสาธยายและระลึกถึงอยู่ทุกวัน
ผู้นั้นย่อมละอุปัทวันตรายนานาประการได้
และพึงบรรลุถึงความหลุดพ้นอันเป็นสุข
ที่มาของบทสวด
คาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก เชื่อกันว่าพระเถระในลังกาหรือในล้านนาแต่งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 20–21 (ตำนานไทยบางกระแสกล่าวว่าสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว แต่งถวายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) เนื้อเรื่องทั้ง 8 ตอนมีที่มาจากพระไตรปิฎกและอรรถกถา เช่น ชาดก ธรรมบทอรรถกถา และองคุลิมาลสูตร
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
พุทธชัยมงคลคาถา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "พาหุง" ตามคำขึ้นต้น เป็นคาถา 8 บท แต่ละบทเล่าถึงชัยชนะครั้งสำคัญของพระพุทธเจ้าที่มีต่อผู้มุ่งร้ายด้วยธรรมะ ไม่ใช่ด้วยกำลัง ได้แก่ (1) ชนะพญามารด้วยบารมีมีทานเป็นต้น (2) ชนะอาฬวกยักษ์ด้วยขันติ (3) ชนะช้างนาฬาคิรีด้วยเมตตา (4) ชนะโจรองคุลิมาลด้วยฤทธิ์ทางใจ (5) ชนะนางจิญจมาณวิกาด้วยความสงบ (6) ชนะสัจจกนิครนถ์ด้วยปัญญา (7) ชนะพญานาคนันโทปนันทะด้วยการแสดงฤทธิ์ผ่านพระโมคคัลลานะ และ (8) ชนะพกาพรหมด้วยพระญาณ ทุกบทลงท้ายว่า "ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ" คือขอให้ชัยมงคลจงมีแก่ท่านด้วยเดชนั้น บทที่ 9 เป็นคาถาสรุปว่าผู้สวดทุกวันย่อมพ้นอุปัทวันตรายและถึงความหลุดพ้น
เชื่อกันว่าเป็นคาถาแห่งชัยชนะ ผู้สวดจะเอาชนะอุปสรรค ศัตรู และภยันตรายทั้งปวงได้ด้วยคุณธรรม 8 ประการตามแบบพระพุทธเจ้า ตำนานไทยเล่าว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสวดบทนี้ก่อนออกศึก ในสมัยปัจจุบัน หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน เผยแพร่ให้สวด "พาหุง มหากา" เป็นประจำจนแพร่หลายทั่วประเทศ
ใช้สวดในการสวดมนต์ประจำวันทั้งเช้าและก่อนนอน ต่อจากบทพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และเป็นบทที่พระสงฆ์สวดในบทถวายพรพระ (ก่อนฉันภัตตาหารในงานมงคล) ใช้ในพระราชพิธี งานมงคลสมรส ขึ้นบ้านใหม่ และการเดินทางไกล
ข้อสังเกต: ธรรมเนียมนิยมคือสวดพาหุง 1 จบ ต่อด้วยมหาการุณิโก 1 จบ แล้วสวดอิติปิ โส ซ้ำเท่าจำนวนอายุบวก 1 บางฉบับตัดบทที่ 9 (เอตาปิ) ออก บางฉบับเขียน "วิสุทธิจุติมิทธิ" ซึ่งเป็นการสะกดที่ต่างกันของ "วิสุทธิชุติมิทธิ" (ชุติ = ความรุ่งเรือง)