พระปริตร (เจ็ดตำนาน – สิบสองตำนาน)
กรณียเมตตสูตร
กะระณียะเมตตะสุตตัง / เมตตสูตร / เมตตปริตร
พระสูตรว่าด้วยการเจริญเมตตาต่อสรรพสัตว์ ตรัสแก่ภิกษุที่ถูกเทวดารบกวนในป่า เป็นตำนานที่ 3 ของเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน
ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ
สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ
อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ
สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
ทีฆา วา เย มะหันตา วา
มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา
เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
ภูตา วา สัมภะเวสี วา
สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา
นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ
มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ
อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
ทัสสะเนนะ สัมปันโน
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ที่มาของบทสวด
พระไตรปิฎก พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (เมตตสูตร) และสุตตนิบาต อุรควรรค (กรณียเมตตสูตร) เล่มที่ 25
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
กรณียเมตตสูตร (กะระณียะเมตตะสุตตัง) เป็นตำนานที่ 3 ของทั้งชุดเจ็ดตำนาน (จุลราชปริตร) และสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) มี 10 คาถา แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก (คาถา 1–3) กล่าวถึงคุณสมบัติที่ผู้ปรารถนาพระนิพพานพึงมี 15 ประการ เช่น อาจหาญ ซื่อตรง ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่ถือตัว สันโดษ เลี้ยงง่าย กิจน้อย ไม่คะนอง ส่วนที่สอง (คาถา 4–10) เป็นวิธีเจริญเมตตาต่อสัตว์ทุกจำพวกโดยไม่มีประมาณ เปรียบดังมารดารักษาบุตรคนเดียวด้วยชีวิต และจบด้วยผลของการเจริญเมตตาที่ควบคู่กับปัญญา คือการไม่ต้องกลับมาเกิดในครรภ์อีก
ตำนาน (เหตุที่ตรัส) อรรถกถาเล่าว่า ภิกษุ 500 รูปเรียนกรรมฐานจากพระพุทธเจ้าแล้วไปจำพรรษาในป่าใหญ่ใกล้เชิงเขาหิมพานต์ เหล่ารุกขเทวดาที่สถิตอยู่ในต้นไม้ต้องลงมาอยู่พื้นดินเพราะเกรงใจภิกษุผู้มีศีล เมื่อเห็นว่าจะต้องอยู่เช่นนั้นตลอดพรรษาก็ไม่พอใจ จึงแสดงรูปและเสียงอันน่ากลัวรบกวนจนภิกษุไม่อาจปฏิบัติได้ ต้องกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสสอนพระสูตรนี้ให้เป็นทั้งเครื่องคุ้มครองและเป็นกรรมฐาน เมื่อภิกษุกลับไปสวดและเจริญเมตตา เทวดาทั้งหลายก็เกิดความเลื่อมใสและช่วยอารักขา จนภิกษุทั้งหมดบรรลุพระอรหัตในพรรษานั้น
อานิสงส์และความเชื่อ ตามพระบาลีในอังคุตตรนิกาย ผู้เจริญเมตตาย่อมได้อานิสงส์ 11 ประการ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ เทวดาคุ้มครอง ไฟ ยาพิษ และศัสตราไม่กล้ำกราย ตายอย่างมีสติ และไปเกิดในพรหมโลก จึงถือเป็นพระปริตรป้องกันภัยจากอมนุษย์และผู้ที่คิดร้าย และเป็นบทที่พระป่านิยมสวดก่อนจำวัดหรือเมื่อเดินธุดงค์ในป่า
โอกาสที่ใช้ สวดในงานมงคลทั่วไปต่อจากรตนสูตร ในการสวดมนต์ทำวัตรเย็นของหลายวัด และการสวดมนต์ประจำวันของฆราวาสเพื่อแผ่เมตตา ในชุดสิบสองตำนานมีบทขัดนำหน้าที่ขึ้นต้นว่า "ยัสสานุภาวะโต ยักขา" กล่าวถึงอานุภาพที่ทำให้ยักษ์ไม่แสดงรูปน่ากลัว