พระคาถาเงินล้าน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง)
คาถาเงินล้าน / คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า / คาถาเรียกทรัพย์มหาลาภ
คาถาเรียกทรัพย์ที่พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดท่าซุง รวบรวมและเผยแพร่ ประกอบด้วยคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าจากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค คาถามหาลาภ และคาถาเงินแสน–เงินล้าน
สัมปะติจฉามิ
ข้าพเจ้าขอน้อมรับ (ขอรับเอาซึ่งลาภผลและความสำเร็จ)
นาสังสิโม
อักขระย่อที่ครูบาอาจารย์ใช้เป็นบทสะท้อนกลับสิ่งไม่ดีและเรียกสิ่งดีเข้ามา ไม่มีคำแปลตามศัพท์บาลี
พรหมา จะ มะหาเทวา
สัพเพยักขา ปะรายันติ
ขอพระพรหมและมหาเทพทั้งหลาย (จงช่วยเหลือ)
ขอยักษ์ทั้งปวง (อุปสรรคทั้งหลาย) จงหลีกไป
พรหมา จะ มะหาเทวา
อะภิลาภา ภะวันตุ เม
ขอพระพรหมและมหาเทพทั้งหลาย (จงช่วยเหลือ)
ขอลาภอันยิ่งใหญ่จงมีแก่ข้าพเจ้า
มะหาปุญโญ มะหาลาโภ
ภะวันตุ เม
ขอบุญใหญ่และลาภใหญ่
จงมีแก่ข้าพเจ้า
มิเตพาหุหะติ
อักขระย่อที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำได้รับมาในสมาธิ ไม่มีคำแปลตามศัพท์ ใช้ภาวนาเพื่อความสำเร็จในทรัพย์สิน
พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ
วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา
วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย
พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม
พุทธะ มะ อะ อุ (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า
ขอความกล้าหาญและทรัพย์ (วิระ = ความเพียร/ทรัพย์) จงมีในโค ในสัตว์เลี้ยง
ในบริวารหญิงชาย และในสตรีทั้งหลาย (คือขอให้บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติทุกอย่าง)
ขอพระพุทธคุณจงมาสู่ข้าพเจ้า ขอถวายบูชาแด่พระพุทธเจ้า
สัมปะติจฉามิ
ข้าพเจ้าขอน้อมรับ (ขอรับเอาซึ่งลาภผลนั้นโดยเร็ว)
เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤๅ ฤๅ
อักขระเสกเป่าตามตำราวัดพนัญเชิง ไม่มีคำแปลตามศัพท์ ใช้ภาวนาปิดท้ายเพื่อเสริมมหาลาภ
ที่มาของบทสวด
ไม่ใช่พุทธพจน์ในพระไตรปิฎก เป็นคาถาที่พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ, พ.ศ. 2460–2535) วัดจันทาราม (ท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี รวบรวมขึ้นจาก 3 แหล่ง คือ คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ได้รับจากหลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาถามหาลาภจากตำราวัดพนัญเชิง และคาถาเงินแสน–เงินล้านที่ท่านกล่าวว่าได้รับจากสมาธิ เริ่มเผยแพร่แก่ศิษย์ราว พ.ศ. 2511 และพิมพ์แจกเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2528 คำแปลในที่นี้เป็นการแปลตามความหมายเท่าที่ศัพท์บาลีเอื้อให้แปลได้ ส่วนที่เป็นอักขระย่อไม่มีคำแปลตามศัพท์
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
พระคาถาเงินล้าน เป็นคาถาเรียกทรัพย์ที่แพร่หลายที่สุดบทหนึ่งของไทยในปัจจุบัน มีลักษณะเป็น "ชุดคาถา" หลายบทต่อกัน ประกอบด้วย บทตั้ง "สัมปะติจฉามิ" คาถา "นาสังสิโม" คาถาปัดอุปสรรค (พรหมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ) คาถาเงินแสน (พรหมา จะ มะหาเทวา อะภิลาภา ภะวันตุ เม) คาถาลาภไม่ขาดสาย (มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุ เม) คาถาเงินล้าน (มิเตพาหุหะติ) คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า (พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ ...) ปิดท้ายด้วย "สัมปะติจฉามิ" และคาถาเสกเป่า "เพ็ง ๆ พา ๆ หา ๆ ฤๅ ๆ" แต่ละท่อนมีที่มาและหน้าที่ต่างกันตามที่หลวงพ่อได้อธิบายไว้
ที่มา (ไม่ใช่พุทธพจน์): หลวงพ่อฤๅษีลิงดำเล่าว่า คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าท่านได้รับจากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ผู้เป็นอาจารย์ ซึ่งหลวงพ่อปานได้รับสืบมาจากครูผึ้ง โดยเชื่อว่าเป็นคาถาที่พระปัจเจกพุทธเจ้าประทานให้ ส่วนคาถาเงินแสนและคาถาเงินล้านท่านกล่าวว่าได้รับจาก "ท่านปู่" (พระอินทร์) และพระพุทธเจ้าในสมาธิ เมื่อราว พ.ศ. 2511 ขณะที่คาถาเสกเป่าปิดท้ายมาจากตำราวัดพนัญเชิง ท่านรวบรวมเป็นชุดเดียวกันแล้วให้ศิษย์วัดท่าซุงสวด และพิมพ์แจกเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2528 จึงแพร่หลายไปทั่วประเทศ พึงเข้าใจว่านี่เป็นคาถาที่ครูบาอาจารย์ยุคหลังรวบรวมและแต่งขึ้น ไม่ได้อยู่ในพระไตรปิฎก
ความเชื่อและอานิสงส์: เชื่อว่าผู้สวดเป็นประจำจะมีโชคลาภ ทำมาค้าขายเจริญ มีเงินทองไหลมาไม่ขาดสาย ปลดเปลื้องหนี้สิน และพ้นจากความขัดสน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำเน้นเสมอว่า คาถาจะได้ผลต้องอาศัย ทาน ศีล ภาวนา เป็นพื้นฐาน ทำบุญสังฆทานเป็นประจำ และรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ คาถาเป็นเพียงเครื่องเสริมกำลังใจและเป็นบุญจากการเจริญพุทธานุสสติ ไม่ใช่การขอเงินโดยไม่ทำงาน
วิธีสวด: ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดพระคาถาเงินล้านทั้งชุด 9 จบ ทุกวัน (บางท่านสวด 30 จบ หรือ 108 จบ ในวันสำคัญ) นิยมสวดหลังทำวัตรเช้าหรือก่อนนอน และก่อนออกไปทำงานหรือค้าขาย สวดเสร็จให้อธิษฐานขอให้ผลบุญส่งผลด้านทรัพย์สินเพื่อนำไปทำบุญและเลี้ยงดูครอบครัว อาจใช้เสกน้ำ เสกของขาย หรือภาวนาขณะใส่บาตร
ข้อสังเกต: ตัวสะกดของคาถามีต่างกันตามฉบับ เช่น "อะภิลาภา/อภิลาภา" "มิเตพาหุหะติ/มิเตภาหุหะติ" "สัมปะติจฉามิ/สัมปะจิตฉามิ" และบางฉบับตัดท่อน "พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม" ออก ฉบับที่แนะนำให้ยึดคือฉบับที่วัดท่าซุงพิมพ์เผยแพร่ ผู้สวดควรสวดด้วยความเคารพและมีสัมมาทิฏฐิว่าความมั่งมีเกิดจากบุญและความเพียร