คำบูชาพระพุทธรูปสำคัญ 3 องค์ (พระแก้วมรกต พระพุทธชินราช พระพุทธสิหิงค์)
คาถาบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร / คาถาบูชาพระพุทธชินราช / คาถานมัสการพระพุทธสิหิงค์
คำบูชาพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย 3 องค์ ได้แก่ พระแก้วมรกต วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก และพระพุทธสิหิงค์ พร้อมคำแปล
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น (3 จบ)
ทุติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ
ตะติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ
ขอ (บุญนี้) จงเป็นปัจจัยแห่งพระนิพพานเทอญ
วาละลุกัง สังวาตังวา (3 จบ)
(อักขระคาถาย่อ ไม่แปลเป็นความ ใช้ภาวนาระลึกถึงพระแก้วมรกต)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น (3 จบ)
อะโรโค สุขิโต สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง ปิยัง มะมะ
ปะสิทธิลาโภ ชะโย โหตุ สัพพะทา
พุทธะชินะราชา อะภิปาเลตุ มัง
นะโม พุทธายะ
ไม่มีโรค มีความสุข ขอกิจที่ประสงค์และการงานทั้งปวงจงสำเร็จ ขอสิ่งอันเป็นที่รักจงมีแก่ข้าพเจ้า
ขอลาภที่สำเร็จผลและชัยชนะจงมีในกาลทุกเมื่อ
ขอพระพุทธชินราชจงทรงคุ้มครองรักษาข้าพเจ้า
ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
ชินะราชาพุทธะรูปัง สิริธัมมะติปิฏะกะราเชนะ กะตัง นะมามิหัง
พุทธัง อาราธะนานัง ธัมมัง อาราธะนานัง สังฆัง อาราธะนานัง
ชินะราชาพุทธะรูปัง อาราธะนานัง
พุทธัง ลาภะมานะชาลีติ ธัมมัง ลาภะมานะชาลีติ สังฆัง ลาภะมานะชาลีติ
อุ อะ มะ นะโม พุทธายะ
พา มา นะ อุ กะ สะ นะ ถุ ปะสิทธิ เม
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมด้วยกาย ด้วยวาจา และด้วยใจ
ซึ่งพระพุทธรูปพระพุทธชินราช อันพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก (พระมหาธรรมราชาลิไท) ทรงสร้างไว้
ข้าพเจ้าขออาราธนาพระพุทธ ขออาราธนาพระธรรม ขออาราธนาพระสงฆ์
ขออาราธนาพระพุทธรูปพระพุทธชินราช
ขอลาภ ขอความมีเกียรติจงมาด้วยอานุภาพพระพุทธ ด้วยอานุภาพพระธรรม ด้วยอานุภาพพระสงฆ์
(อุ อะ มะ – หัวใจพระรัตนตรัย) ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า
(อักขระคาถาตามฉบับพิมพ์ที่แพร่หลาย ซึ่งเพี้ยนมาจากหัวใจพาหุง "พา มา นา อุ กะ สะ นะ ทุ") ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น (3 จบ)
ยัตถะ กัตถะ จิตโต โส สักกาโร อุปาโท
สะกาละพุทธะสาสะนัง โชตะยันโต วะ ทีโป
สุระนะเรหิ มะหิโต ธะระมาโน วะ พุทโธติ
พระองค์ประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใด ก็ทรงเป็นที่ตั้งแห่งสักการะ ณ ที่นั้น
ทรงยังพระพุทธศาสนาทั้งมวลให้รุ่งเรือง ประดุจดวงประทีป
อันเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว ราวกับพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ฉะนั้น
นะมามิ สิหิงคะพิมพัง สุวัณณาภิรัมมัง
ลังกาชาตัง โสภาภิโสภัง สะราภิกันตัง นะมามิหัง
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระพุทธปฏิมาสิหิงค์ อันงดงามด้วยรัศมีดังทอง
เกิดขึ้นในลังกาทวีป งามสง่ายิ่งนัก น่าเลื่อมใสยิ่ง ข้าพเจ้าขอนอบน้อม
ที่มาของบทสวด
ทั้งสามบทเป็นคำบูชาที่โบราณาจารย์ไทยแต่งขึ้นในภายหลัง ไม่ใช่พุทธพจน์ในพระไตรปิฎก (1) คำบูชาพระแก้วมรกต เป็นบทที่ใช้บูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ตรวจสอบตรงกันจาก th.wikisource.org และ sanook.com) (2) คำบูชาพระพุทธชินราช บทหลักคือบทที่จารึกไว้ในพระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก (ตรวจสอบตรงกันจาก sanook.com และ thairath.co.th โดยในที่นี้ปรับตัวสะกดบางคำที่ต้นฉบับพิมพ์เพี้ยน เช่น ทีกายุโก/ประสิทธิลาโภ/สัพพัททา ให้ตรงตามบาลีเป็น ทีฆายุโก/ปะสิทธิลาโภ/สัพพะทา) ส่วนคาถาบูชาที่บ้านเป็นบทที่แพร่หลายตามหนังสือสวดมนต์ ตัวบทผสมบาลีกับอักขระคาถาและมีหลายสำนวน (3) คำนมัสการพระพุทธสิหิงค์ เป็นบทโบราณของล้านนา ใช้ทั้งที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ กรุงเทพฯ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ และวัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช (ตรวจสอบจาก watpitch.com และ watbuddha.org) บทต่อท้าย "นะมามิ สิหิงคะพิมพัง…" ใช้เฉพาะสายวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ในฐานะพระธาตุประจำปีมะโรง
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทนี้รวมคำบูชาพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวไทยเคารพศรัทธาสูงสุด 3 องค์ ได้แก่ พระแก้วมรกต (พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัยที่ได้รับยกย่องว่างดงามที่สุดในประเทศไทย ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก และ พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปตามตำนานว่าสร้างในลังกาทวีป ปัจจุบันมีพระพุทธสิหิงค์ที่อ้างว่าเป็นองค์จริง 3 แห่ง คือ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ และหอพระพุทธสิหิงค์ นครศรีธรรมราช
ใจความ: คำบูชาพระแก้วมรกตเป็นการประกาศบูชา 3 ครั้ง แล้วตั้งสัจจาธิษฐานขอให้เป็นผู้มีเดช ปัญญา โภคทรัพย์ และยศ และให้เป็นปัจจัยแห่งพระนิพพาน คำบูชาพระพุทธชินราชเป็นการถวายเครื่องสักการะแล้วอธิษฐานขอให้อายุยืน ไม่มีโรค มีความสุข การงานสำเร็จ มีลาภและชัยชนะ และขอให้พระพุทธชินราชคุ้มครอง ส่วนคำนมัสการพระพุทธสิหิงค์เป็นคาถาสรรเสริญว่าพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ที่ใดย่อมเป็นที่สักการะและยังพระศาสนาให้รุ่งเรืองดุจประทีป เทวดาและมนุษย์บูชาราวกับพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่
อานิสงส์ตามความเชื่อ: การบูชาพระพุทธรูปสำคัญเป็นการเจริญพุทธานุสสติ ทำให้จิตใจผ่องใสและเป็นสิริมงคล เชื่อกันว่าการบูชาพระแก้วมรกตช่วยให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและคุ้มครองป้องกันภัย การบูชาพระพุทธชินราชช่วยให้หายจากโรคภัย แคล้วคลาดปลอดภัย มีโชคลาภและสง่าราศี ส่วนพระพุทธสิหิงค์เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่นำความร่มเย็นและความรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมืองที่ประดิษฐาน ชาวล้านนาถือเป็นพระธาตุประจำปีมะโรง
โอกาสที่ใช้: ใช้สวดเมื่อไปนมัสการที่วัด หรือใช้บูชาพระพุทธรูปจำลองที่บ้าน โดยตั้งนะโม 3 จบก่อนเสมอ นิยมสวดในวันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ (โดยเฉพาะพระพุทธสิหิงค์ที่อัญเชิญออกให้ประชาชนสรงน้ำในเทศกาลสงกรานต์ทุกปี) วันเกิด หรือเมื่อเริ่มต้นกิจการสำคัญ เครื่องสักการะที่นิยมคือดอกบัว ธูป และเทียน
ข้อสังเกต: คำบูชาพระพุทธรูปเหล่านี้เป็นบทที่แต่งขึ้นในยุคหลัง ตัวบทบาลีจึงมีลักษณะเป็นคาถาพื้นเมืองที่บางคำไม่ตรงตามไวยากรณ์บาลีมาตรฐาน และมีหลายสำนวนแตกต่างกันไปตามหนังสือสวดมนต์แต่ละเล่ม ในที่นี้เลือกสำนวนที่แพร่หลายและปรับตัวสะกดให้อ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามบาลี ส่วนคาถาย่อ (เช่น วาละลุกัง สังวาตังวา) เป็นอักขระคาถาที่ไม่มีคำแปล