พระปริตร (เจ็ดตำนาน – สิบสองตำนาน)
นมการสิทธิคาถา
นะมะการะสิทธิคาถา / โย จักขุมา
คาถานมัสการพระรัตนตรัยเพื่อความสำเร็จ แต่งโดยสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) ใช้สวดต่อจากบทนมัสการในเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน
สามัง วะ พุทโธ สุคะโต วิมุตโต
มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต
ปาเปสิ เขมัง ชะนะตัง วิเนยยัง
โลกัสสะ นาถัญจะ วินายะกัญจะ
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ
ทัสเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง
นิยยานิโก ธัมมะธะรัสสะ ธารี
สาตาวะโห สันติกะโร สุจิณโณ
โมหัปปะทาลัง อุปะสันตะทาหัง
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะเชตา
สันโต สะยัง สันตินิโยชะโก จะ
สวากขาตะธัมมัง วิทิตัง กะโรติ
พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ
ที่มาของบทสวด
ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก แต่งโดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ในรัชกาลที่ 5 (ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 25)
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
นมการสิทธิคาถา (นะมะการะสิทธิคาถา) เป็นคาถานมัสการพระรัตนตรัยจำนวน 6 คาถา แบ่งเป็น 3 คู่ คู่ละ 2 คาถา คู่แรกพรรณนาพระคุณของพระพุทธเจ้าว่าทรงมีพระปัญญาจักษุ ขจัดโมหะ ตรัสรู้เอง และเปลื้องสัตว์จากบ่วงมาร คู่ที่สองพรรณนาพระธรรมว่าเป็นดุจธงชัยของพระศาสดา แสดงทางบริสุทธิ์และนำสัตว์ออกจากทุกข์ คู่ที่สามพรรณนาพระสงฆ์ว่าเป็นกองทัพแห่งพระสัทธรรม ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า แต่ละคู่ลงท้ายด้วยคำอวยพรว่า "ด้วยเดชแห่งพระรัตนตรัยนั้น ขอชัยชนะและความสำเร็จจงมีแก่ท่าน และขออันตรายทั้งปวงจงพินาศไป" อันเป็นที่มาของชื่อ "สิทธิคาถา" คือคาถาเพื่อความสำเร็จ
ที่มา คาถานี้เป็นบทที่แต่งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐฯ ซึ่งทรงเป็นปราชญ์ทางภาษาบาลีในรัชกาลที่ 4–5 และทรงนิพนธ์บทสวดสำคัญไว้หลายบท ต่อมาได้รับการบรรจุไว้ในชุดเจ็ดตำนาน (จุลราชปริตร) และสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) ในลำดับถัดจากบทนมัสการและไตรสรณคมน์ ก่อนบทสัมพุทเธและนโมการอัฏฐกคาถา จึงไม่นับเป็น "ตำนาน" หนึ่งในเจ็ดหรือสิบสอง แต่เป็นบทประกอบต้นชุด
อานิสงส์และความเชื่อ ถือเป็นบทขอพรให้งานที่กระทำสำเร็จลุล่วงและปราศจากอันตราย ด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัย นิยมยกเป็นบทสวดในการเริ่มงานหรือกิจการใหม่ และเป็นบทที่ฆราวาสจำนวนมากใช้สวดประจำวันในฐานะบทนมัสการพระรัตนตรัยที่ไพเราะและกระชับ
โอกาสที่ใช้ พระสงฆ์สวดในการเจริญพระพุทธมนต์งานมงคลทั่วไป งานพระราชพิธี และงานทำบุญบ้าน ทำนองสวดมักเป็นทำนองสรภัญญะหรือทำนองหลวงตามธรรมเนียมของแต่ละวัด บางสำนักที่สวดเจ็ดตำนานแบบย่ออาจข้ามบทนี้ไป แต่ในการสวดสิบสองตำนานและงานหลวงจะสวดครบทั้ง 6 คาถาเสมอ