โอวาทปาฏิโมกข์
โอวาทะปาติโมกขะคาถา
หัวใจพระพุทธศาสนา 3 คาถา ที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชา ว่าด้วยการไม่ทำบาป ทำกุศล และชำระจิตให้ผ่องใส
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง เอตัง พุทธานะสาสะนัง
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต
มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง
อะธิจิตเต จะ อาโยโค เอตัง พุทธานะสาสะนัง ฯ
ที่มาของบทสวด
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปทานสูตร และขุททกนิกาย ธรรมบท พุทธวรรค คาถาที่ 183-185 — ฉบับสวดเรียงคาถา "สัพพะปาปัสสะ" ขึ้นก่อนตามหนังสือสวดมนต์ไทย
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
โอวาทปาฏิโมกข์ คือหลักคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอรหันต์ 1,250 รูป ที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวัน ในวันเพ็ญเดือน 3 (วันมาฆบูชา) ประกอบด้วย 3 คาถา คือ (1) หลักการ 3: ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ชำระจิตให้ผ่องใส (2) อุดมการณ์ 4: ขันติเป็นตบะอย่างยิ่ง นิพพานเป็นเป้าหมายสูงสุด ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่น (3) วิธีการ 6: ไม่กล่าวร้าย ไม่ทำร้าย สำรวมในปาติโมกข์ รู้ประมาณในอาหาร อยู่ในที่สงัด และประกอบความเพียรในอธิจิต
ตามมหาปทานสูตร พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์เช่นเดียวกัน จึงเรียกว่า "พุทธานะสาสะนัง" คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และในสมัยแรกพระพุทธองค์ทรงแสดงบทนี้แก่หมู่สงฆ์ทุกกึ่งเดือนแทนการสวดพระปาติโมกข์
อานิสงส์และความเชื่อ: เป็นบทที่สรุปแนวทางการดำเนินชีวิตชาวพุทธไว้ครบถ้วน การสวดและน้อมนำไปปฏิบัติย่อมเป็นมงคลสูงสุด เพราะเป็นการดำรงตนอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์
โอกาสที่ใช้สวด: พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนสวดในวันมาฆบูชา ก่อนเวียนเทียน เป็นบทในทำวัตรและการสวดมนต์ประจำวันของหลายสำนัก และใช้เป็นบทสอนธรรมแก่เยาวชน
ข้อสังเกต: ในพระไตรปิฎก คาถา "ขันตี ปะระมัง ตะโป" มาก่อน "สัพพะปาปัสสะ" แต่หนังสือสวดมนต์ไทยนิยมเรียง "สัพพะปาปัสสะ" ขึ้นก่อนตามที่ใช้สวดกันทั่วไป